TRIA | ดึงหน้าไม่ต้องดมยาสลบ
4805
page,page-id-4805,page-child,parent-pageid-2170,page-template-default,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode-theme-ver-7.4,wpb-js-composer js-comp-ver-4.5.2,vc_responsive

          การมีผิวพรรณที่สดใสเต่งตึงและดูสาวตลอดเวลา เป็นความสุขของคนทุกคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงแต่ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ คนเรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ก็คือผิวหนังบริเวณใบหน้า และลำคอ การศัลยกรรมดึงหน้าเป็นวิธีการแก้ไขผิวหนังหย่อนยานให้เต่งตึงขึ้น ลดริ้วรอยบนใบหน้า รอยตีนกา วิธีการผ่าตัดได้มีการพัฒนาและเทคนิคการผ่าตัดก็ได้รับการปรับปรุงให้เกิดความรวดเร็วและปลอดภัย

           การดึงหน้าต้องใช้การระมัดระวังสูงเพราะมีเส้นประสาทบริเวณหน้าหลายเส้น ถ้าทำด้วยความระมัดระวังแล้วโอกาสจะเกิดปัญหากับเส้นประสาทจะน้อยมาก ปัญหาที่พบอาจไม่เกิดจากการผ่าตัด แต่เกิดจากสุขภาพคนไข้เพราะอายุมาก สุขภาพทั่วไปไม่ดีหรือมีโรคหัวใจ ทำให้มีปัญหาในการให้ยาสลบหรือยานอนหลับ แพทย์จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าการทำศัลยกรรมอื่น ส่วนปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น มีเลือดออก, รอยเขียวช้ำ , เกิดการติดเชื้อ, แผลไม่สวย ,ทำแล้วไม่ได้ผลตามต้องการ

การผ่าตัดจะแบ่งเป็น 4 ส่วนของใบหน้าและการผ่าตัดดึงหน้าอาจจะทำเป็นบางส่วนก็ได้ไม่จำเป็นต้องทั้ง 4 ส่วนพร้อมกัน โดยแยก 4 ส่วนที่มักพบรอยย่นคือ

  1. บริเวณหน้าผากและคิ้ว จะมีรอยย่นชัดเจนมากขึ้น และคิ้วทั้งสองข้างจะตกลงมาต่ำกว่าปกติ ทำให้หนังตาบนย้อยลงมาปิดขนตา
  2. บริเวณรอบดวงตาและแก้ม จะมีหนังตาหย่อนทั้งบนและล่าง หนังตาล่างก็จะมีบวมจากไขมัน และมีรอยย่นตีนกาบริเวณด้านข้างของตา บริเวณแก้มก็จะมีร่องชัดเจนขึ้น
  3. บริเวณคางและแก้มส่วนล่าง โดยเฉพาะตรงบริเวณทางด้านข้างจะมีผิวหนังย้อยลงมาเลยขอบกระดูกของขากรรไกรล่าง และจะมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณข้างมุมปากชัดเจนขึ้น และใต้คางจะมีผิวหนังและไขมันย้อย
  4. ผิวหนังบริเวณลำคอ จะย่นและเป็นสันดูเหมือนย้อยมากขึ้น
  5. การผ่าตัดดึงหน้าและคอจะช่วยให้ผิวหนังที่ย้อย โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก คิ้ว และคางด้านตรงและด้านข้างจะดีขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถหยุดความแก่ชราลงได้ ในระยะยาวอาจจะต้องทำการผ่าตัดเพิ่มเติมได้

 

วิธีการผ่าตัด

การผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลานาน 3 – 6 ชั่วโมง ถ้าต้องทำทุกส่วนทั้ง 4 ส่วน ผู้ป่วยมักต้องใช้ยาช่วยให้หลับหรือการดมยาสลบระหว่างผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยจึงต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง และควรได้รับการตรวจร่างกายและเช็คเลือด รวมทั้งเอ็กซเรย์ปอดก่อนทำการผ่าตัด ถ้าเป็นเบาหวานหรือความดันสูงก็ต้องได้รับการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติก่อน ในปัจจุบันจะมีวิธีดึงเฉพาะจุดซึ่งไม่ต้องดมยาสลบใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ และใช้เวลาในการทำสั้งกว่าประมาณ 1- 2 ชั่วโมง  แพทย์จะเริ่มจากการเปิดแผลบริเวณเหนือหูขึ้นไปถึงบริเวณขมับ ผ่านผิวหนังหลังแนวผม เข้าไปตามขอบใบหูด้านหน้า และอาจจะเว้าขึ้นไปที่ติ่งหน้ารูหูเล็กน้อย แล้วต่อลงมาที่ติ่งหูด้านล่าง โค้งอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลังหูตรงบริเวณ ซอกหลังใบหูขึ้นไป จากนั้นจึงลากผ่านเข้าไปในผมอีกที เพื่อซ่อนแผล ไว้ในแนวเส้นผม จะเห็นแผลที่โผล่มาอยู่ตรงบริเวณขอบหูด้านหน้าเท่านั้น ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทแล้วก็มักจะมองไม่เห็น ส่วนบริเวณอื่นๆ แพทย์จะซ่อนเอาไว้ อย่างดีตามแนวเส้นผม

 

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการตรวจรักษา

การผ่าตัดดึงหน้าก็เหมือนกับการผ่าตัดทั่วไปที่อาจเกิดมีผลแทรกซ้อนขึ้นได้ ผลแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น เช่น การเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มักจะเป็นผลจากการใช้ยาให้หลับหรือยาสลบ ในช่วงวันสองวันแรก อาจจะมีบริเวณใต้ผิวหนังซึ่งมีเลือดค้างอยู่ มักจะดีขึ้นเอง มีบางรายที่อาจต้องดูดออก อาจจะมีกล้ามเนื้อบางส่วนของใบหน้ายังทำงานไม่ได้ปกติ เช่น เวลายิ้ม หรือยักคิ้ว อาจจะไม่เท่ากัน มักจะดีขึ้นเองเมื่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหายช้ำประมาณ 1-2 เดือน หลังผ่าตัด นอกจากนี้จะมีแผลเป็นบริเวณหลังหูอยู่นานหรือนูนได้ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการทายาหรือฉีดยาเฉพาะที่ ส่วนในบริเวณผมอาจจะมีผมร่วงบริเวณผ่าตัดได้ แต่มักจะงอกขึ้นมาใหม่ในระยะ 2-3 เดือนหลังผ่าตัด

 

การเตรียมตัวเพื่อรับการผ่าตัดดึงหน้า

  1. งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการผ่าตัด ในกรณีดมยาสลบ
  2. อาบน้ำสระผมชำระร่างกายให้สะอาด
  3. งดใช้ยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อการผ่าตัด เช่น ยาแก้ปวด, แอสไพริน , วิตามินอี , วิตามินซี เป็นต้นก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 1 อาทิตย์
  4. กรณีสูบบุหรี่ ควรงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัดประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อช่วยในการหายของแผล ป้องกันเลือดออกง่ายและไหลหยุดช้า
  5. หลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน
  6. ในรายที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาบางอย่างต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

 

การดูแลหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดจะมีใบหน้าบวมและมีรอยช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาการบวมจะหายไปภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ผู้ป่วยสามารถล้างหน้า สระผม แปรงฟัน ได้ตามปกติ ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และจะมีการตัดไหมประมาณ 5-7 วันหลังผ่าตัด โดยทั่วไปใบหน้าจะกลับสู่สภาพปกติระหว่าง 1-3 เดือน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาเช็คเป็นระยะๆ ในช่วงที่มีบวมของใบหน้า ส่วนต่างๆ ของใบหน้าอาจจะยังดูไม่เท่ากัน แต่ทุกอย่างจะกลับสู่ปกติเมื่อยุบบวมแล้ว โดยทั่วไปผู้ป่วยควรจะพักอยู่ภายในบ้านในสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด และอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 1-3 วันหลังการผ่าตัด